จังหวัดกาญจนบุรี

ประวัติ

ประเพณี

วัฒนธรรม

ภาษา

ประวัติ

จากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์นช่วงสมัยกรุงธนบุรีถึงสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ความขัดแย้งในอาณาจักรลาวและส่งครามระหว่างไทยลาว เป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนลาวหลายเผ่าพันธุ์ต้องโยกย้ายไปอยู่ในเขตญวน บางพวกก็้ายเข้ามาในเขตไทย และบางพวกก็ถูกกวาดต้อนมาอยู่ภาคกลางตามท้องถิ่นต่างๆ ถ้าดูจากประวัติศาสตร์แล้วนับว่าลาวอยุ่ในแถบอีสานโดยมากจะอพยบมาตั้งบ้านเรือนใหม่ ส่วนลาวในภาคกลางนั้นถูกกวาดต้อนครอบครัวมาเป็นเฉลยเป็นส่วนมาก บรรดาคนลาวที่เข้ามาในประเทศไทย ท้งกลางและภาคอีสาน ถ้าศึกษาให้ละเอียดแล้วจะพบว่าเป็นกลุ่มคนที่มีเผ่าพันธู์และถิ่นฐานต่างๆ กัน ไม่ใช่พวกเดียวกันทังหมด   จากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยยกตัวอย่างข้างต้นนี้ เมื่อได้ศึกษาเอกสารโบราณจดหมายเหตุของไทยก็พว่ามีหลักฐานที่เกี่ยวกับกลุ่มลาวดังกล่าวอยู่บ้าง เช่น ในสมัยรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ.๒๓๖๐ มีร่างศุภอักษรถึงเจ้าเวียงจันทร์ให้แต่งท้าวเพียคุมคนและช้างไปรับครัวลาวภูครังที่หลบหนีจากแขวงเมืองพิษณุโลกไปอยู่เวียงจันทร์ลงมาส่งกรุงเทพฯ (จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๖๐ (จ.ศ. ๑๑๗๙) เลขที่ ๑๐) และในปี พ.ศ. ๒๓๖๓ มีหลักฐานว่ามีกองลาวอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี (จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๒ พ.ศ. ๒๓๖๓ (จ.ศ. ๑๑๘๒) เลขที่ ๑๑)   ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ช่วงปี พ.ศ.๒๓๘๑ - ๒๓๘๖ มีการเกณฑ์ ส่วยจากเมืองเพชรบูรณ์ และเมืองเลย เป็นส่วยสิ่งของประเภทครั่ง ป่าน ทองเครื่องหวาย (จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓ พ.ศ.๒๓๘๘ (จ.ศ.๑๒๐๓) เลขที่ ๑๐๐) และเมื่อ พ.ศ.๒๓๘๔ มีหลักฐานการทำบัญชีเบี้ยหวัด ลาว เขมร ในหัวเมืองต่างๆ ตามบรรทึกลาวในสมัยนั้นว่า ลาวพุงดำ ลาวพุงขาวซ่งลาวพุงดำ หมายถึงลาวในอาจักรล้านนาสาเหตุเพราะผู้ชายนิยมสักบริเวณท้องและขา ลาวพุงขาวหมายถึงลาวในดินแดนล้านช้าง สาเหตุเพราะไม่นิยมสักลา นอกจากนั้นยังกล่าวถึงลาวเดิม น่าจะหมายถึงลาวที่อยู่มาแต่เดิม ในหลักฐานนี้กล่าวว่า ได้เบี้ยหวัดแก่เจ้าสารเมืองเชียงขวาง แลบุตรหลาน ๑๕ คนที่เข้ามาอยู่ในเขตไทย สถานที่กล่าวถึงซึ่งเป็นที่อยู่ของลาวที่อยู่ปะปนกับเขมรในสมัยนั้นได้แก่ ลพบุรี สระบุรี วัฒนาคร(ปราจีนบุรี) นครนายก สุพรรณบุรี นครชัยศรี(นครปฐม) พนัศนิคม(ชลบุรี) ราชบุรี ฉะเชิงเทรา (จดหมายเหตุรัชกาลที่ ๓ (จ.ศ. ๑๒๐๗) เลขที่ ๒๓๗)

ADMIN